▶ Money Plus Special (25/05/69)
*** SET Index : ก้าวสู่ภาวะ Risk On และกลยุทธิ์คัดหุ้นเด่น
** ภาวะตลาดและจิตวิทยาการลงทุน (Market Sentiment)
* ตลาดรับรู้ข่าวร้ายไปล่วงหน้าแล้ว: ธรรมชาติของตลาดหุ้นจะตอบสนองต่อข่าวร้ายอย่างรุนแรงที่สุดก่อนเสมอ (เหมือนมีดบาดนิ้วแต่ตลาดตีความว่านิ้วขาดไปแล้ว)
* ความคาดหวังเรื่องจบสงคราม: แม้สงครามจะยังไม่จบจริง แต่ตลาดเริ่มตอบรับเชิงบวกจากสัญญาณการเจรจาและการหยุดยิง ซึ่งเป็นลักษณะของตลาดที่มองไปข้างหน้า (Forward-looking) เสมอ
* ความกล้ากลับคืนมา: ภาวะตลาดปัจจุบันไม่ใช่แค่ Risk On แต่เป็นภาวะที่นักลงทุนมี "ความกล้า" มากขึ้น เพราะจุดที่เลวร้ายที่สุดผ่านพ้นไปแล้ว
** เป้าหมายดัชนี (SET Target) และกำไรบริษัทจดทะเบียน
* เป้าหมาย SET ปลายปี: คงไว้ที่ 1,580 จุด
* ผลประกอบการ: กำไรไตรมาส 1 ทำ All-time high (ทะลุ 3.5 แสนล้านบาท) โดย 29% มาจากกลุ่ม Commodity (พลังงาน/โรงกลั่น)
* แนวโน้มไตรมาส 2 และ 3: คาดว่ากำไรจะแผ่วลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 1 เนื่องจากแรงส่งจากกลุ่ม Commodity และค่าการกลั่นจะลดลง ทำให้ดัชนีอาจไม่ขยับไกลแต่จะเปลี่ยนหน้าเล่น
** กลยุทธ์การปรับทัพ (Sector Rotation)
* ลดน้ำหนักกลุ่ม Commodity: หุ้นกลุ่มน้ำมัน โรงกลั่น ปิโตรเคมี เริ่ม "อิ่มตัว" แล้ว
* เพิ่มน้ำหนักกลุ่ม Reopening และ Laggard: เน้นหุ้นที่ราคายังขึ้นน้อย (Laggard) และได้ประโยชน์จากการเปิดเมือง รวมถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ
* กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์: (เช่น DELTA, CCET, HANA) ร้อนแรงจากกระแส AI และเทคโนโลยี แต่เนื่องจาก Valuation เริ่มแพง จึงแนะนำให้ใช้กลยุทธ์ "เก็งกำไร" (Trading) และต้องมีวินัยในการ Cut loss
** หุ้นเด่นแนะนำ (Top Picks)
1. CPN (เซ็นทรัล พัฒนา): ธีม Reopening กำไร Q1 สูงสุดในรอบหลายปี และมีการเปิดศูนย์การค้าใหม่ต่อเนื่อง (เป้าพื้นฐาน 75 บาท, แนวรับ 65.50 บาท)
2. CK (ช.การช่าง): ได้ประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐ มี Backlog ในมือสูงถึง 1.5-1.6 แสนล้านบาท รองรับรายได้ไปอีก 4 ปี (เป้าพื้นฐาน 21 บาท, แนวรับ 17.80 บาท)
3. MTC (เมืองไทย แคปปิตอล): ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐ (ไทยช่วยไทย Plus) และต้นทุนทางการเงิน (Cost of Fund) ที่เริ่มลดลงจากการออกหุ้นกู้ใหม่ (เป้าพื้นฐาน 39 บาท, แนวรับ 28.50 บาท)
**ความรู้ระหว่างบรรทัด
* โครงสร้างตลาดหุ้นไทยพึ่งพา Commodity สูง: กำไรของบริษัทจดทะเบียนไทยมาจากกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์ถึง 34-35% ทำให้ตลาดไทยมักฟื้นตัวเร็วในช่วงเงินไหลเข้ากลุ่มพลังงาน
* เมื่อหุ้นใหญ่เต็มมูลค่า หุ้นกลาง-เล็กจะมา: เมื่อหุ้นกลุ่ม Commodity และหุ้น Market Cap ขนาดใหญ่เริ่มนิ่ง ดัชนี (Index) จะขยับได้น้อยลง แต่หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กจะมีแรงขับเคลื่อน (Alpha) มากกว่า
* จิตวิทยา "ตัวเลือกน้อย": หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในไทยมีตัวเลือกที่เชื่อมโยงกับ AI น้อยมาก (เช่น DELTA) ทำให้เงินทุนไหลกระจุกตัวและผลักดันค่า PE ให้สูงขึ้นเกินปกติ (PE Re-rating)
** คำแนะนำสำหรับนักลงทุน
*พอร์ตเก็งกำไรต้องมีวินัย: หากเข้าเล่นหุ้นที่ราคาสูงตามกระแส (เช่น CCET หรือกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์) ต้องกำหนดจุด Cut loss ให้ชัดเจนและล็อคกำไร (Take profit) เป็นระยะ
*เลือกหุ้นที่พื้นฐานรองรับอนาคต: อย่ามองแค่อดีต ให้ตามดูว่ากำไร (Earning Growth) ในอนาคตจะเติบโตได้ตามความคาดหวังหรือไม่ ถ้าไม่มาตามนัดต้องระวังแรงขาย
*แผนสำรองหากสถานการณ์พลิกผัน: หากการเจรจาสงครามไม่เป็นไปตามคาด ตลาดอาจปรับฐาน แต่คาดว่าจะไม่หลุดจุดต่ำสุดเดิม (New Low) ดังนั้นการย่อตัวคือโอกาสสะสมหุ้นพื้นฐานดี
*เน้นหุ้น Laggard ที่มีอัพไซด์กว้าง: เปลี่ยนจากกลุ่มที่ขึ้นมาเยอะแล้ว ไปยังหุ้นที่ราคายังมีช่องว่างให้ปรับขึ้นตามราคาเป้าหมายพื้นฐาน (Fair Value)
( * มุมมอง : คุณเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม (บล.เอเซีย พลัส) ให้สัมภาษณ์ ในรายการ Money Plus Special (25/05/69) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ตามสถานการณ์ ณ ขณะนั้น นักลงทุนควรใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจนะครับ)
*ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้
ในรายการ Money Plus Special (25/05/69)
**SET ปลดล็อกสู่ Risk On! ส่องพอร์ตดักเก็งกำไร หุ้นไหนลุ้นรับข่าวดี End of War? คุณเทิดศักดิ่ (25/05/69) 15.15 น.
คลิกลิงค์เพื่อรับชม https://youtube.com/live/5yFoHzImAIU
#MoneyPlusSpecial #MoneyPlusByYuthana
#การลงทุนมีความเสี่ยงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
*Disclaimer “สำหรับข้อมูลและเนื้อหาในรายการมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์มุมมอง มิใช่การแนะนำ หรือเชิญชวน หรือชักจูง ในการลงทุนส่วนบุคคล แต่เป็นเพียงนำเสนอมุมมองและข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น.”








