▶ Money Plus Special (07/05/69)
***ส่องทิศทาง SET Index และ 3 หุ้นเด่น รับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
**มุมมองภาพรวมตลาดหุ้นไทย (SET Index)
* เป้าหมายดัชนี: มองเป้าหมายปลายปี 2569 ไว้ที่ 1,600 จุด และมีโอกาสไปถึง 1,700 จุด หากกำไรบริษัทจดทะเบียนเติบโตดีกว่าคาด
* สถานะปัจจุบัน: การที่ดัชนีย่อตัวลงหลังจากยืนเหนือ 1,500 จุด มองว่าเป็น "การย่อตัวเพื่อขึ้นต่อ" (Correction) เนื่องจาก Valuation ของตลาดไทยยังไม่แพง โดยมีค่า PE อยู่ที่ประมาณ 16 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีต
**ปัจจัยหนุนและปัจจัยเสี่ยง
** ปัจจัยหนุน (Upside):
* มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ: โครงการ "ไทยช่วยไทย Plus" แจกเงิน 4,000 บาทต่อคน (เริ่มมิถุนายน) คาดช่วยดัน GDP ได้ 0.3-0.5%
* เมกะโปรเจกต์: แผนลงทุน 11 โครงการ มูลค่ากว่า 3.6 แสนล้านบาท เช่น แลนด์บริดจ์, ทางด่วน, รถไฟทางคู่ และการขยายสนามบิน
* กระแส AI และ Data Center: การลงทุนจาก Big Tech ต่างชาติที่เข้ามาในไทยมากขึ้น
** ปัจจัยเสี่ยง (Downside):
* ภาวะ Stagflation: ความเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูงจากต้นทุนพลังงาน
* ภูมิรัฐศาสตร์: ปัญหาในตะวันออกกลางที่กระทบต่อการขนส่งทางเรือและราคาพลังงาน
** วิเคราะห์หุ้นรายกลุ่มที่น่าสนใจ
*กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (AI/Semiconductor): เป็นกลุ่ม Super Cycle นำโดย DELTA ที่ได้ประโยชน์จากงบลงทุนด้าน AI ทั่วโลก
* กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม: ไทยได้เปรียบเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและไฟฟ้าที่เสถียรกว่าเพื่อนบ้าน เหมาะกับการตั้ง Data Center หุ้นเด่นคือ AMATA และ WHA
* กลุ่มปันผลสูง: เน้นหุ้นที่มีกระแสเงินสดมั่นคงและยังมีโอกาสเติบโต (Growth & Yield) เช่น ADVANC และ BCPG
* กลุ่มโรงพยาบาล: คาดว่างบ Q1 จะทรงตัว แต่จะเข้าสู่ High Season ในช่วงฤดูฝน (Q2) หุ้นเด่นคือ PR9 จากสัดส่วนคนไข้ต่างชาติที่เพิ่มขึ้น
* กลุ่มค้าปลีก: จะได้รับอานิสงส์จากมาตรการรัฐในไตรมาส 3 หุ้นเด่นคือ CPALL
**เจาะลึก 3 หุ้นเด่น (Top Picks)
* DELTA: ได้อานิสงส์จากกระแส AI และ Data Center ทั่วโลก กำไร Q1 เติบโตโดดเด่นถึง 65.4% เป้าหมายพื้นฐาน 366 บาท
* AMATA: รับประโยชน์จากการย้ายฐานทุนของบิ๊กเทคทั้งสหรัฐฯ และจีน ไทยเป็นทำเลที่เหมาะสมที่สุดในอาเซียน เป้าหมายพื้นฐาน 24 บาท
* ADVANC: การแข่งขันในอุตสาหกรรมลดลงทำให้รายได้ต่อเลขหมาย (ARPU) เพิ่มขึ้น จ่ายปันผลสม่ำเสมอประมาณ 5-6% เป้าหมายพื้นฐาน 392 บาท
** คำแนะนำสำหรับนักลงทุน
* กลยุทธ์การลงทุน:
* ระยะสั้น: โฟกัสหุ้นตามธีมที่ตลาดให้ความสนใจ หากเล่นแบบ Breakout ต้องมีจุด Stop Loss เสมอ
* ระยะกลาง-ยาว: แนะนำกลยุทธ์ "Buy on Dip" หรือรอซื้อเมื่อราคาย่อตัว ไม่ควรไล่ราคา ในจังหวะที่ตลาดร้อนแรง
*การบริหารพอร์ต: ควรทำ Asset Allocation แบ่งสัดส่วนเงินสดและสินทรัพย์เสี่ยงให้เหมาะสม และกระจายการลงทุนในหุ้นอย่างน้อย 5 ตัวในหลายอุตสาหกรรมเพื่อลดความเสี่ยง
*การเลือกหุ้น: อย่าดูเพียงสถิติการปันผลในอดีต (กระจกหลัง) แต่ต้องมองไปข้างหน้าว่าธุรกิจมีโอกาสถูก AI หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ Disruption หรือไม่.
( *มุมมอง : คุณอภิชาติ เลิศสาครศิริ (บล.SBITO) ให้สัมภาษณ์ ในรายการ Money Plus Special (07/05/69) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ตามสถานการณ์ ณ ขณะนั้น นักลงทุนควรใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจนะครับ)
** ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้
ในรายการ Money Plus Special (07/05/69)
**SET ขาขึ้นรอบใหม่? ส่อง 3 หุ้นเด่นรับอานิสงส์แผนกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่? คุณอภิชาติ (07/05/69) 15.15 น.
คลิกลิงค์เพื่อรับชม https://youtube.com/live/8jo26615Hps
#MoneyPlusSpecial #MoneyPlusByYuthana
#การลงทุนมีความเสี่ยงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
*Disclaimer “สำหรับข้อมูลและเนื้อหาในรายการมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์มุมมอง มิใช่การแนะนำ หรือเชิญชวน หรือชักจูง ในการลงทุนส่วนบุคคล แต่เป็นเพียงนำเสนอมุมมองและข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น.”








