▶ Money Plus Special (23/02/69)
*** เจาะกลยุทธ์หุ้นไทย : หลังทะลุ 1,500 จุด ไปต่อ หรือพอแค่นี้ ?
** มุมมองต่อตลาดหุ้นไทย
• เป้าหมายดัชนี: เดิมประเมินไว้ที่ 1,440 จุด (ระดับ Conservative) แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปจาก "Election Rally" และความคาดหวังต่อรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ ทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้าอย่างรวดเร็ว
• โอกาสไปต่อ: หากมีการปรับสมมติฐานเพียงตัวแปรเดียว (เช่น กำไรบริษัทจดทะเบียนดีกว่าคาด 5%, การลดดอกเบี้ย 1 ครั้ง หรือ Market Risk Premium ลดลง) เป้าหมายถัดไปจะอยู่ที่ประมาณ 1,510 จุด
• ปัจจัยหนุน: การไหลกลับของเม็ดเงินต่างชาติ (Foreign Flow) เนื่องจากไทยอยู่ในภาวะ Underweight มานาน (ขายสะสมไปกว่า 1.07 ล้านล้านบาทตั้งแต่ปี 2013) และเกิดภาวะ Global Rebalance ที่เงินไหลออกจากสินทรัพย์สกุลดอลลาร์เข้าสู่ตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets)
** กลยุทธ์การลงทุน
• Let Profit Run: สำหรับหุ้นใหญ่ที่ได้สะสมมาตั้งแต่ช่วงดัชนี 1,350 จุด ให้ถือทำกำไรต่อไป
• การล็อคกำไร: ควรตั้งจุด Stop Profit ไว้เสมอ เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากตลาดปรับฐาน
• การหมุนกลุ่มเล่น (Rotation): เมื่อหุ้นใหญ่เริ่มตึงตัว ให้แบ่งเงินมาหา "หุ้นแถว 2" หรือหุ้น Laggard ที่ราคายังขึ้นไม่เยอะเมื่อเทียบกับตอนที่ดัชนีเคยอยู่ที่ 1,500 จุดในอดีต
** ธีม/หุ้นที่น่าสนใจ
• หุ้น Laggard (Row 2): หุ้นที่ราคาปัจจุบันยังติดลบเมื่อเทียบกับดัชนี 1,500 จุดรอบก่อน และมีค่า PE ต่ำกว่าในอดีต เช่น BDMS, CPN, MTC, SJWD, CKP
• หุ้นที่มี Upside เปิดกว้าง: หุ้นที่มีราคาต่ำกว่า Fair Value ของนักวิเคราะห์มาก เช่น SJWD, PR9, MTC, PLANB, TIDLOR, COM7
• หุ้นที่ฝรั่งซื้อสะสม (Foreign Net Buy): BBL, CPALL, BDMS, ERW, LH, KTC, CPN
** 3 หุ้นเด่น (เน้นถือลงทุนระยะกลาง-ยาว)
1. SJWD (บริษัท เอสซีจี เจดับเบิ้ลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน)): กำไร Q4/68 มีแนวโน้มดีจากการขายสินทรัพย์เข้ากองรีท และธุรกิจห้องเย็น/ยานยนต์เติบโตต่อเนื่อง คาดปันผล 4.3% (ราคาเป้าหมาย 13.00 บาท / แนวรับ 8.50 บาท)
2. MTC (บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน)): กำไรเติบโตสม่ำเสมอ คุณภาพสินทรัพย์ดี (NPL ต่ำที่ 2.5%) และเข้าเงื่อนไขหุ้นแถว 2 ที่ราคายังมี Upside (ราคาเป้าหมาย 52.00 บาท / แนวรับ 36.75 - 37.00 บาท)
3. ITC (บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)): ได้ประโยชน์จากการส่งออกไปสหรัฐฯ (สัดส่วน >30%) และได้รับผลเชิงบวกจากประเด็นภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ปันผลประมาณ 5% (ราคาเป้าหมาย 18.90 บาท / แนวรับ 16.70 บาท)
** มุมมองต่อภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ
• ศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำวินิจฉัยว่าการตั้งภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) เป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขต ทำให้คำสั่งเดิมเป็นโมฆะ
• อัตราภาษีนำเข้าสินค้าไทยมีแนวโน้มลดลงจาก 19% เหลือ 15% ซึ่งเป็นบวกต่อภาคการส่งออกและลดแรงกดดันต่อดอลลาร์
• ประเด็นนี้ช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของ Emerging Markets ให้ดูน่าสนใจยิ่งขึ้นสำหรับนักลงทุนต่างชาติ เนื่องจากความไม่แน่นอนลดลง
** คำแนะนำการลงทุน
• วินัยการลงทุน: ต้องมีแผนที่ชัดเจน จดบันทึกการซื้อขายเพื่อเรียนรู้ข้อผิดพลาด และไม่ควรโลภเกินความรู้ที่มี
• หลักการรับปันผล:
◦ นักลงทุนระยะยาว: แนะนำให้ถือข้ามเครื่องหมาย XD ได้เลย
◦ นักเก็งกำไร: ตามสถิติควรซื้อก่อน XD ประมาณ 2 เดือน และขายหลัง XD ประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุด
• การซื้อเฉลี่ย (ถัว): ไม่ควรทำหากมีสัดส่วนหุ้นตัวนั้นเต็มเพดานที่ตั้งใจไว้แล้ว แต่ถ้ายังไม่มีให้รอจังหวะที่ราคาปรับตัวลงมาปิด Gap หรือแตะแนวรับสำคัญ
( มุมมอง : คุณเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม : บล. เอเซีย พลัส ในรายการ Money Plus Special (23/02/69) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์ตามสถานการณ์ ณ ขณะนั้น นักลงทุนควรใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจนะครับ)
✅ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้
ในรายการ Money Plus Special (23/02/69)
▶️ ฝ่าด่านหุ้นไทยทะลุ 1,500 จุด ! หยุดพักคุย/บุกลุยไปต่อ? วิเคราะห์ผลฯภาษี US? คุ.ณเทิดศักดิ์ (23/02/69) 15.15 น
**คลิกลิงค์เพื่อรับชม https://youtube.com/live/-Clhl-9PQeQ
#MoneyPlusSpecial #MoneyPlusByYuthana
#การลงทุนมีความเสี่ยงศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมก่อนตัดสินใจลงทุน
Disclaimer “สำหรับข้อมูลและเนื้อหาในรายการมีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์มุมมอง มิใช่การแนะนำ หรือเชิญชวน หรือชักจูง ในการลงทุนส่วนบุคคล แต่เป็นเพียงนำเสนอมุมมองและข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น.”
(ชมสดเฉพาะ Youtube/ Facebook ช่อง Money Plus by Yuthana)
คลิกลิงค์ YOUTUBE ช่อง Money Plus by Yuthana : www.youtube.com/@MoneyPlusSpecial
คลิกลิงค์ Facebook ช่อง Money Plus by Yuthana : www.facebook.com/MoneyPlusByYuthana
คลิกลิงค์ TikTok ช่อง Money Plus by Yuthana : //www.tiktok.com/@moneyplusbyyuthana








